วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำหนาว ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร พืชฤดูฝนปี 2568

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำหนาว โดยนายนิรันดร์ เสืออ่อน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฎิบัติการ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร พืชฤดูฝนปี 2568 ให้กับ เกษตรกรที่ทำการเกษตรในพื้นที่ หมู่ที่ 9 และ หมู่ที่ 11 ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 40 ครัวเรือน

ในปี 2568 ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 – ประมาณกลางเดือนตุลาคม 2568 (กรมอุตุนิยมวิทยา) กรมส่งเสริมเกษตรกร ห่วงใยเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ จึงได้กำหนดแนวทางจัดการน้ำท่วมเพื่อความพร้อมรับมือป้องกันฟื้นฟูพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยพิบัติ โดยขับเคลื่อนให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกพื้นที่เดินหน้าตามแนวทางจัดการน้ำท่วมภาคเกษตรไทย 4 ระยะ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1.ระยะลดผลกระทบ (Mitigation) ป้องกันความเสียหายล่วงหน้าก่อนเกิดภัย โดยวางผังแปลงเพาะปลูกใหม่ให้มีร่องระบายน้ำ และสร้างคันดินหรือประตูน้ำ รวมทั้งเลือกพันธุ์พืชและช่วงเวลาฤดูเพาะปลูกให้เหมาะสม 2.ระยะเตรียมพร้อม (Preparedness) เตรียมตัวก่อนภัยมาถึง โดยหมั่นติดตามพยากรณ์อากาศและช่องทางแจ้งเตือนภัยพิบัติ เช่น หอกระจายข่าว ไลน์และเฟซบุ๊กจากหน่วยงานภาครัฐ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเตรียมแผนอพยพหรือเก็บเกี่ยวพืชกรณีฉุกเฉิน 3. ระยะตอบสนอง (Response) บรรเทาผลกระทบในระยะวิกฤต เพื่อรักษาชีวิตพืชในแปลงปลูก โดยเร่งระบายน้ำออกทันทีเมื่อระดับน้ำภายนอกลด และเติมอากาศให้รากพืช อาจใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาป้องกันโรครากเน่า เป็นต้น และ 4.ระยะฟื้นฟู (Recovery) เพื่อให้เกษตรกรกลับมาผลิตได้รวดเร็ว และมีรายได้หมุนเวียนทันทีหลังน้ำลด โดยปรับสภาพฟื้นฟูดิน พลิกตากหน้าดิน และเติมปุ๋ย พร้อมสนับสนุนการปลูกพืชอายุสั้นที่สามารถจำหน่ายผลผลิตหมุนเวียนสร้างรายได้ชั่วคราวหลังประสบภัยพิบัติ


อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่ และสามารถเลือกเข้ารับบริการผ่านช่องทางการบริการของรัฐ ได้ 3 ช่องทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ 1.แจ้งข้อมูลด้วยตนเองที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก หรือจุดให้บริการที่เจ้าหน้าที่ประกาศไว้ 2.ผ่านเว็บไซต์ http://efarmer.doae.go.th (e-Form) ด้วยตนเอง 3.ผ่านแอปพลิเคชัน FARMBOOK (เฉพาะเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม) เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐกรณีได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ข่าวแนะนำ

เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ นั่งหัวโต๊ะคัดชุมชนคุณธรรมพลังบวร โฆษา/ผาซ่อนแก้ว/ศรีฐาน 3 ชุมชนคุณธรรมพลังบวรเด่นชิงระดับประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวั...

ข่าวเด่น