วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

พอช.จัดเวทีสรุปบทเรียนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมปีงบประมาณ 2568

คณะกรรมการเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดประชุม“เวทีสรุปบทเรียนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินจังหวัดเพชรบูรณ์” เพื่อสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานโครงการ รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน การวิเคราะห์พื้นที่ และการจัดการข้อมูลการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2567ณ ห้องประชุมตึกนิติศาสตร์ ห้อง 222 มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนายมณฑล สนามชัยสกุล ประธานเครือข่ายขบวนองค์กรประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์และที่มาของการจัดประชุมพร้อมทั้งกล่าวเปิดการประชุม ในโอกาสนรี้ ผศ.ดร.นงลักษณ์ อานี คณบดีคณะครุศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม

ในที่ประชุม นางสาวชลันดา จีนคง กองเลขานุการคณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์และ/นายประสิทธิ์ บึงมุม และปก.พอช.ภาคเหนือ ได้ร่วมทบทวน หลักทาง แนวคิดและภาพรวมผลการดำเนินงานของขบวนในปี 2567 การแบ่งกลุ่มย่อยเรียนรู้กระบวนการสรุปบทเรียนโครงการระดับตำบล 4 กลุ่ม การขับเคลื่อนงานที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านพอเพียง โครงการบ้านมั่นคงชนบท และโครงการบ้านมั่นคงเมือง โดยนางนภาพร สุวรรณศักดิ์ หัวหน้าปฏิบัติงานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือล่าง 1(พอช.ภาคเหนือ) มีการนำเสนอการขับเคลื่อนงานด้านที่ดินที่อยู่อาศัยที่สัมพันธ์กับสถานการณ์สำคัญในจังหวัดเพชรบูรณ์ของขบวนองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม ออกแบบการจัดกลไกและแผนการดำเนินงานคณะทำงานที่อยู่อาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์โโยใช้กลไกระดับจังหวัดเป็นฐานปฏิบัติการมีนายจรุง เหล็กสีนาค ประธานคณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผู้ดำเนินการเวที

ส่วนในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 นั้นมีการนำเสนอสถานการณ์การขับเคลื่อนงานสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สัมพันธ์กับการพัฒนาของขบวน องค์กรชุมชน โดย นางสาวเพ็ญนภา รักภู่ กองเลขานุการคณะกรรมการเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด เพชรบูรณ์ และนายประสิทธิ์ บึงมุม ปก.พอช.ภาคเหนือรวมทั้งแบ่งกลุ่มย่อยเรียนรู้กระบวนการสรุปบทเรียนโครงการระดับจังหวัด 5 กลุ่ม การขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชน โดยใช้กลไกระดับจังหวัดเป็นฐานปฏิบัติการ โดย นางนภาพร สุวรรณศักดิ์ หัวหน้าปฎิบัติงานกลุ่มจังหวัดเหนือล่าง1(พอช.ภาคเหนือ) พร้อมกับทีมงาน เกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชนในเรื่องโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งฯ กองทุนสวัสดิการชุมชนในเรื่องโครงการสวัสดิการชุมชนสมทบและคุณภาพ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ตามโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง  การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท และ โครงการป้องกันและต่อต้านการทุจริตโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนและองค์กรชุมชน การประเมินจังหวัดจัดการตนเองตามแนวทางปฏิรูปขบวนองค์กรชุมชน แนวทางการปรับโครงสร้างการขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปี 2568 การ MAPPING วิเคราะห์พื้นที่และกำหนดพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์  การเตรียมความพร้อมปีงบประมาณ 2568 วิธี การเตรียมโครงการ/แผนการดำเนินงาน โดย นายศิริชัย บุญศรี คณะกรรมการเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ และนางนภาพร สุวรรณศักดิ์ หัวหน้าปฎิบัติงานกลุ่มจังหวัดเหนือล่าง1(พอช.ภาคเหนือ) และการกำหนดกำหนดปฏิทินร่วมในการทำงาน พฤศจิกายน 2567 – ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เกษตรเพชรบูรณ์จัดประกวดผลผลิตมะขามหวานและสุดยอดมะขามหวาน ในงานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2568


นายวรรณลภย์ ทองบุดดี เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า งานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2568 มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568  ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษรจังหวัดเพชรบูรณ์ดำเนินการจัดประกวดผลผลิตมะขามหวานและสุดยอดมะขาม
หวาน
พันธุ์ที่ส่งเข้าประกวด

1.     มะขามหวานพันธุ์ศรีชมภู
2.     มะขามหวานพันธุ์ขันตี
3.     มะขามหวานพันธุ์สีทอง (นายหยัด)
4.     มะขามหวานพันธุ์ประกายทอง
5.  มะขามหวานพันธุ์อื่น ๆ ทุกพันธุ์ ยกเว้น 4 สายพันธุ์ข้างต้น

ซึ่งการส่งมะขามเข้าประกวดจะเงื่อนไขและข้อกำหนด ดังนี้


1.การส่งมะขามหวานเข้าประกวด ส่งได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ทุกอำเภอในพื้นที่ ตั้งแต่นที่ 20 - 24 มกราคม ๒๕68 (ในวันทำการ) เวลา 09.00 16.30 น. สำหรับวันที่ 27 มกราคม 2568 ให้ส่งได้ที่กองอำนวยการประกวดด้วยตนเอง เวลา 08.00  10.00 น.

2.มะขามหวานที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นผลผลิตของเกษตรกรที่ปลูกมะขามหวานอย่างน้อย 5 ไร่ขึ้นไป และได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรการปลูกมะขามหวานในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์กับกรมส่งเสริมการเกษตรที่เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งได้รับการรับรองจากเกษตรอำเภอหรือเกษตรตำบลในพื้นที่นั้น

3. ตัวอย่างมะขามหวานที่ส่งเข้าประกวด ต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม ต่อ 1 ตัวอย่าง โดยให้เกษตรอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลรับรอง เกษตรกร 1 ครัวเรือน สามารถส่งมะขามหวานได้พันธุ์ละ 1 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างมะขามหวานที่ส่งประกวด จังหวัดเพชรบูรณ์ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนผลผลิตที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด

4.การตัดสินการประกวดผลผลิตมะขามหวาน ทั้ง 5 สายพันธุ์  ในวันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 10.30  16.30 น.
5. กรรมการออกตรวจสวนมะขามหวานที่ชนะเลิศ ตรงตามสายพันธุ์ ทั้ง 5 สายพันธุ์ พร้อมทั้งสรุปผลการตัดสินการประกวดสุดยอดมะขามหวาน ในวันที่ 28 – 29 มกราคม 2568


รางวัลการประกวดผลผลิตมะขามหวาน

1.รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินสด 10,000 บาท

2. รางวัลที่ 2 ได้รับโล่รางวัล พร้อมเงินสด 5,000 บาท

3 รางวัลที่ 3 ได้รับโล่รางวัล พร้อมเงินสด 3,000 บาท 

4 รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินสด 1,000 บาท

โดยผู้ชนะเลิศการประกวดทุกสายพันธุ์มีสิทธิ์เข้าประกวดสุดยอดมะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์ แห่งปี 2568

 รางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดมะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์แห่งปี2568ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท  เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังกล่าวอีกว่า การประกวดมะขามหวานเพชรบูรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่คุณภาพมะขามหวานของจังหวัดเพชรบูรณ์ และอยากฝากประชาสัมพันธ์เกษตรกรที่สนใจ ได้เตรียมตัว เตรียมผลผลิตสำหรับส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์


วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์ขอสมาชิก งดตัดอ้อยไฟไหม้ อ้อยมียอดยาว หรือกาบใบ เข้าสู่โรงงาน

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567  ที่หอประชุมสมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์ ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์  นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  2567 ของสมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์ โดยมี นายถนอม โพธิกุล นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์  ผู้แทนนายอำเภอศรีเทพ   สมาชิกสมาคมชาวไร่อ้อย  เข้าร่วมประชุม   โดยในที่ประชุมวันนี้ได้มีการแจ้งให้สมาชิกทราบสถานการณ์ราคาน้ำตาลต่างประเทศที่ลดลง ส่วนราคาอ้อยขั้นต้นปีการผลิต 2567/2568 อยู่ในระหว่างการคำนวณและยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้ติดตามข่าวสารที่สมาคมชาวไร่อ้อยเพชรบูรณ์ และในปีนี้สมาคมขอความร่วมมือพี่น้องชาวไร่อ้อยงดตัดอ้อยไฟไหม้ งดตัดอ้อยมียอดยาวหรือกาบใบเข้าสู่โรงงาน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังแจ้งให้ทราบถึงการทำกิจกรรมเพื่อสมาชิก เช่น การนำอ้อยพันธุ์ดีที่ออกใหม่ มาปลูกขยายที่แปลง ทดลอง และแจกจ่ายให้กับสมาชิกที่กรรมการได้คัดเลือก จำนวน 40 ท่าน ท่านละ 3 ตัน นำไปปลูกขยายและส่งมอบต่อให้กับชาวไร่อ้อยรายอื่นในปีถัดไป  การติดตามเพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลืออ้อยสดตันละ 120 บาท และช่วยเหลือในปีถัดไป การทำป้ายสะท้อนแสง จำหน่ายให้สมาชิก นำไปติดกับท้ายรถบรรทุกอ้อยขณะขนส่งอ้อยเข้าโรงงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน และ การจัดสวัสดิการเงินช่วยเหลือสมาชิกเสียชีวิต 

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

พัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์จัดมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ที่  หอประชุมศรีเทพ  ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์   อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์  นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567 โดยมี  นายประยุกต์ สุดธัญญรัตน์ พัฒนาการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์  สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 เข้าร่วม

นายประยุกต์ สุดธัญญรัตน์ พัฒนาการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า  จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2567  จนถึงปัจจุบัน มีหมู่บ้านและชุมชนที่เข้าร่วมเป็นกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมจำนวน  334  หมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีการจัดพิธีมอบเงินพระราชทานขวัญถุง ให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชน เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี2567  จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6  จัดงาน "มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2567  โดยมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 300  คน  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  การเสวนา หัวข้อ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดิน การมอบเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2567จำนวน12หมู่บ้าน/ชุมชน การมอบพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  การมอบโล่รางวัล และเกียรติบัตรหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น และการปล่อยขบวนรถยนต์อัญเชิญเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน

"กองทุนแม่ของแผ่นดิน" มีจุดเริ่มต้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ส. (พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์) เมื่อวันที่ 25  พฤศจิกายน 2546  เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของราษฎรอาสา ที่ร่วมป้องกันยาเสพติดของหมู่บ้านชุมชน สำนักงาน ป.ป.ส. จึงน้อมเกล้าฯ จัดสรรงบประมาณขึ้นร่วมสมทบกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์โดยตั้งชื่อว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน"


เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ เทคโนโลยีการผลิตพืชหลังนาแบบครบวงจร: ถั่วเขียวพันธุ์ KUML”


นายวรรณลภย์ ทองบุดดี เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ เทคโนโลยีการผลิตพืชหลังนาแบบครบวงจร: ถั่วเขียวพันธุ์ KUML”โดยมีนางสาวบุญญาพร ทิพยบวรกุล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน เจ้าหน้าที่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียว ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ โรงแรมบูรพา จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่งานวิจัยและเทคโนโลยีให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง เกิดความยั่งยืนสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว KUML ให้แก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อนำไปขยายและเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองในชุมชนต่อไป

ในช่วงหน้าแล้งหลังจากการทำนาปีพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ถั่วเขียวเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรไทยเพิ่มรายได้ เพราะนอกจากจะใช้น้ำน้อย เก็บเกี่ยวได้เร็วแล้ว ยังช่วยบำรุงดินอีกด้วย ปัจจุบันสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาถั่วเขียวสายพันธุ์ดี๖ สายพันธุ์ (KUML #-,) ที่ให้ผลผลิต ๓๐๐ กิโลกรัมต่อไร่และมีขนาดเมล็ดใหญ่ (,๐๐๐ เมล็ด น้ำหนักมากกว่า ๗๕-๘๐ กรัม) มีความต้านทานต่อโรคราแป้งและใบจุดเป็นการเพิ่มผลผลิตและยกระดับการผลิตถั่วเขียวที่มีคุณภาพ เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้เป็นอย่างดี เพราะเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทยที่ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และสามารถยกระดับรายได้ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี


โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
(องค์การมหาชน) หรือ สวก.
โดยได้วางแผนการขยายผลถั่วเขียวสายพันธุ์ KUML โดยร่วมกับภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ทำงานร่วมกับ กลุ่มส่งเสริมพืชน้ำมันและพืชตระกูลถั่ว สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เป้าหมาย โดยใช้กลไก "ตลาดนำการผลิต" ดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน บริษัท กิตติทัต จำกัด และบริษัท เอสซีพีฟู๊ดส์ (ไทยแลนด์) จำกัดและบริษัท พุเตยวัฒนาเกษตรภัณฑ์ จำกัด รับซื้อผลผลิตถั่วเขียว ในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยปริมาณความต้องการผลผลิตถั่วเขียวปีละ 20,000 ตัน โดยรับซื้อผลผลิตถั่วขียวเพื่อคัดสรรคุณภาพ เม็ดสวย ขนาดเม็ดโต สิ่งเจือปนน้อยพร้อมลดความชื้น แยกเกรด ทำความสะอาด ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตถั่วเขียว KUML จะดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด หรือกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ โดยมีการพัฒนาต้นแบบเกษตรกร แปลงเรียนรู้ และพื้นที่ต้นแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ ถั่วเขียวในระดับชุมชน มุ่งหวังการสร้างกลุ่มผู้ผลิตถั่วเขียวเข้าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีผลผลิตสูง (Grain)


จึงได้ร่วมมือกับ
หน่วยงานดังกล่าว และสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร
"เทคโนโลยีการปลูกพืชหลังนาแบบครบวงจร:ถั่วเขียวพันธุ์KUML"เพื่อเป็นการเผยแพร่งานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. ให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง ให้มีองค์ความรู้เรื่องการปลูกถั่วเขียว KUML เป็นพืชหลังนาได้ และสามารถให้ความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการได้ และเกิดการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และลดการเผาฟาง ข้าว ตอซั้ง และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่ ส่งผลให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรสามารถลดภาวะโลกร้อนได้



วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

มหาทานบารมีครั้งที่ 8 ทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้ในจังหวัดเพชรบูรณ์


วันที่ 24 พฤศจิกายน  2567 ที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์   นายชนก  มากพันธุ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการมหาทานบารมี ครั้งที่ 8 ทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน โดยมี พระอาจารย์ ฉัตรชัย อภิวิชโช   ดร. เพชรประทุมมาพร ทองอุ่นเกตุมณีศา  รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ นางพรทิพย์ สุริยาวงษ์   คณะลูกศิษย์จาก ทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน  จิตอาสา 904 และประชาชนเข้าร่วม 

นางพรทิพย์ สุริยาวงษ์   ในนามผู้แทนคณะลูกศิษย์ ทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน   กล่าวว่า  พระอาจารย์ฉัตรชัย อภิวิชโช (พระอาจารย์นิค) พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์จากทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดทำโครงการมหาทานบารมี ครั้งที่ 8 ปี 2567 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเพื่อมอบเครื่อง อุปโภค บริโภค ให้แก่ผู้ยากไร้และมีความเดือดร้อน  อีกทั้ง เป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่ แสดงถึงการสละทรัพย์ การสละแรงกาย และใจ ส่งมอบประโยชน์สุขให้แก่ผู้ยากไร้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  และเพื่อให้ผู้รับได้มีสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ในการยังชีพที่ดีขึ้น  

นางพรทิพย์ สุริยาวงษ์   กล่าวต่อว่า โครงการมหาทานบารมี ครั้งที่ 8 ทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน  ครั้งนี้ คณะลูกศิษย์จากทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน และทุกภาคส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำการคัดเลือกครัวเรือนที่ยากจน มีรายได้น้อย จำนวน 2,011 ครัวเรือน ประกอบด้วย  จากอำเภอวิเชียรบุรี 200 ครัวเรือน อำเภอชนแดน 294 ครัวเรือน อำเภอหล่มเก่า 100 ครัวเรือน อำเภอหนองไผ่ 210 ครัวเรือน และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ 1,207 ครัวเรือน มาเข้ารับสิ่งของ   สำหรับเครื่องอุปโภค บริโภคที่นำมามอบในวันนี้ คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท แต่สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ คือความตั้งใจ ความเมตตา มิตรไมตรี และน้ำใจในการเสียสละ จากคณะทุ่งป่าสวนสนธรรมสถาน 

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สำนักงานเกษตรอำเภอเขาค้อ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกร ชี้แจงขั้นตอนในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นางสาวศุภลักษณ์ นาสูงชน เกษตรอำเภอเขาค้อ พร้อมด้วยนางสาวมณีรัตน์ ตุ้ยสำราญ และนางสาวจีระพร ทองเสริม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มเกษตรกร ชี้แจงขั้นตอนในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ดังนี้ เป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่น ๆ ที่ทให้เกิดการพัฒนา และแก้ไขปัญหาของชุมชน  เป็นกิจการที่ดเนินการ หรือประสงค์จะดเนินการร่วมกันในชุมชน โดยคณะบุคคลที่เป็นนิติบุคคล หรือไม่ เป็นนิติบุคคลและประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชนไม่น้อยกว่า 7 คน โดยบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน  เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ เพื่อการพึ่งพาตนเอง และเพื่อประโยชน์สุข ของคนในชุมชน และเป็นกิจการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเพื่อการพัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม


ขั้นตอนการดำเนินการ

1.ยื่นแบบคำขอจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน/เครือข่าย วิสาหกิจชุมชน (แบบ สวช.01) และเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นแล้ว 
2.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและเอกสารหลักฐาน แล้วบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศ วิสาหกิจชุมชน 
3.ปิดประกาศรายชื่อวิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย วิสาหกิจชุมชน และแบบ สวช.01 ณ สำนักงานเกษตร อำเภอ/กิ่งอำเภอ/สำนักงานเกษตรเขต (กทม.) เพื่อให้ สมาชิกและผู้มีส่วนได้เสียตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลในการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจ
4.เสนอนายทะเบียนลงนามอนุมัติในหนังสือสำคัญ แสดงการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิชุมชน (ท.ว.ช.2) และเอกสารสำคัญแสดงการ ดำเนินกิจการของวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจ ชุมชน (ท.ว.ช.3)

นอกจากนี้ เกษตรอำเภอเขาค้อ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตผักไฮโดรโปนิกส์ การวางแผนการผลิต การตลาดของผัก เยี่ยมกลุ่มผู้ปลูกทุเรียน ประชุมเพื่อจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน พร้อมให้คำแนะนำการป้องกันและกำจัดโรคแมลงในผักและทุเรียน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อแมลงศัตรูพืช ณ หมู่ที่ 2, 3 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ทริปไม่อาบน้ำ มาทำให้เศรษฐกิจดี หรือทำให้คนในพื้นที่มีปัญหา ?

กลุ่มรถจักรยานยนต์ทริปน้ำไม่อาบจำนวนมาก แห่เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 23 พ.ย.2567 เพื่อร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวตามที่นัดหมายไว้ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ภูทับเบิก และเขาค้อ สร้างความคึกคักให้กับเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และวางกำลังดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและควบคุมความประพฤติของผู้ร่วมทริป โดยเน้นย้ำเรื่องการขับขี่ปลอดภัย การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และการเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด  แต่สุดท้ายก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนได้มีทั้งเจ็บและมีทั้งตาย  ไม่เป็นตามข้อตกลงที่ ได้ทำเรื่องขอเข้าพื้นที่  มีทั้งแข่งกัน และ เสียงดังของท่อไอเสีย  ขับรถเร็ว   มีประชาชน  ที่ได้รับผลประโยชน์จากการขายของ  และ ผู้ที่ได้รับผล กระทบจากเสียงรถและการขับขี่แบบหวาดเสียว  จึงขอฝากขอให้ภาครัฐ  ใส่ใจมากกว่านี้

นที บุญรอด

 

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เพชรบูรณ์เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในอุทยานแห่งชาติให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนได้แสดงความสามารถ สร้างโอกาสสู่การมีรายได้

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567  ที่เขตบริการห้วยบง (ลานจามจุรี) อุทยานแห่งชาติตาดหมอก  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์   จังหวัดเพชรบูรณ์   นายมาโนชญ์ คงรัตนชาติ  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการแสดงความสามารถของผู้แสดงความสามารถ โดยมี ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์  คณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าหน่วยงาน one home เจ้าหน้าที่ พม. และผู้แสดงความสามารถ เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งมีภารกิจในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติ  ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559 และดำเนินงานควบคุมการขอทานและผู้แสดงความสามารถ ได้รับมอบหมายจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความอนุเคราะห์พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ ที่มีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับผู้แสดงความสามารถที่จดแจ้ง ขอมีบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถในการยกระดับการแสดงความสามารถในที่สาธารณะให้เกิดการยอมรับในสังคม สร้างโอกาสสู่การมีรายได้ และการประกอบอาชีพที่มั่นคงมากขึ้น ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้อนุเคราะห์พื้นที่ จำนวน 29  จังหวัด 75  พื้นที่ ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์

สำหรับในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ความร่วมมือจากอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ในการใช้พื้นที่ เขตบริการห้วยบง(ลานจามจุรี)เป็นพื้นที่สำหรับการแสดงความสามารถของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยกำหนดให้มีการแสดงความสามารถได้  ตั้งแต่ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ถึง วันที่  28 กุมภาพันธ์ 2568  เวลา 15.00 - 19.00  น.   โดยในจังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้แสดงความสามารถขึ้นทะเบียน ทั้งสิ้น จำนวน 119 ราย ซึ่งผู้แสดงความสามารถ คือผู้ทำการแสดงต่างๆ แก่ ผู้ชม ผู้ฟัง เช่นการเล่นดนตรี หรือการแสดงอย่างอื่นซึ่งทำให้ ผู้ชม ผู้ฟัง เกิดความพึงพอใจ จนให้เงินหรือทรัพย์สิน เป็นการตอบแทน

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์คนใหม่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดก่อนปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567ที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ นายศรัณยู  มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นางรุ่งรวี  มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางไปกราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเพชรบูรณ์ที่ชาวเพชรบูรณ์สักการะบูชา โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะข้าราชการให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินทางไปกราบสักการะพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ ที่พุทธอุทยานเพชรบูรณ์ ซึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล 

ต่อจากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายชนก  มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายสืบพงษ์  นิ่มพูลสวัสดิ์ นางพัชรี  ศาลาศิลป์ นายกกชัย  ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนตลอดจนประชาชนชาวเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับและมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ในโอกาสที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ คนใหม่ ต่อจากนายกฤษณ์  คงเมือง ที่เกษียณราชการไป

โอกาสนี้ นายศรัณยู  มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กล่าวขอบคุณชาวเพชรบูรณ์ทุกคนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ต่อไปก็จะขอเป็นชาวเพชรบูรณ์อีกคนหนึ่ง และขอทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ได้ร่วมมือกันในการที่จะสร้างเมืองเพชรบูรณ์ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ของคนอยู่และผู้มาเยือน ตามวิสัยทัศน์ของจังหวัด พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุข ต่อไป

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ รุ่นที่ 15

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่ สโมสรสราญสินธพ กองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นางพัชรี  ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ รุ่นที่ 15 โดยนายเด่นณรงศ์ ธรรมมา นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ รายงานวัตถุประสงค์การฝึกอบรมฯ เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เรียนรู้ เข้าใจถึงระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เทคนิคการบริหารงานสมัยใหม่ และวิธีปฏิบัติงานที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถนำความรู้และประสบการณ์ จากการฝึกอบรมไปพัฒนาพื้นที่ ดูแลความเป็นอยู่และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ และสถานที่ วิทยาลัยการปกครอง จึงสามารถดำเนินการได้เพียงแค่กำนันและผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนันได้ 

สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้นำหลักสูตรการฝึกอบรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ของวิทยาลัยการปกครอง มาปรับปรุง ต่อยอด ขยายผล โดยการจัดให้มีการฝึกอบรมให้แก่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ซึ่งได้มีการดำเนินการฝึกอบรมไปแล้ว จำนวน 14 รุ่น มีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 3,360 คน โดยการฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวนทั้งสิ้น 267 คน ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากร อุปกรณ์ และสถานที่ จากที่ทำการปกครองจังหวัดเพชรบูรณ์ กองพันทหารม้าที่ 18 กองพลทหารม้าที่ 1 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ และวิทยากรจิตอาสา 904

โอกาสนี้ ได้มีการมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ รุ่นที่ 14 ที่มีผลคะแนนการสอบดีเยี่ยม ลำดับที่ 1 ถึง 5 ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวจันทร์ทิมา เปอร์ดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ และนางณัฐพร แสงกันยา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลท่าแดง อำเภอหนองไผ่ รองชนะเลิศอันดับที่ 1 นางสาวกิ่งมณี วังคีรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 ตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ รองชนะเลิศอันดับที่ 2 นายเอกชัย พักตร์ใส ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลท่าแดง อำเภอหนองไผ่ รองชนะเลิศอันดับที่ 3 นายอุดม ปิ่นพุก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์พร้อมกับมอบเงินสวัสดิการให้กับทายาทผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ข้าราชการตำรวจ สภ.น้ำหนาว เข้าแถวเคารพธงชาติ ผกก.กำชับช่วยเหลือประชาชนด้วยความเต็มใจ – เป็นมิตร

 

วันที่ 19 พ.ย.67  ณ.ลานเอนกประสงค์ สภ.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ พ.ต.อ.บุญถึง  เหมือนแสง    ผกก.สภ.น้ำหนาว,พ.ต.ท.สุจินต์ อินทโชติ สว.สส.สภ.น้ำหนาว,พ.ต.ท.หญิง นิทรารมณ์ เพิ่มพูนสว.อก.สภ.น้ำหนาว,พ.ต.ต.นราธิป  น้อยฉิม สวป.สภ.น้ำหนาว พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.น้ำหนาว ร่วมเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระ พร้อมกล่าวคำปฏิญาณ อุดมคติตำรวจ ฝึกท่าพระราชทาน ฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจและมอบหมายภารกิจ และฝึกสมรรถภาพร่างกายประจำสัปดาห์ พร้อมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้ตรวจอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการก่อความไม่สงบเรียบร้อย ให้บริการประชาชนที่ประสบเหตุหรือขอความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ มีท่าทีเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส กริยาวาจาสุภาพ โดยไม่เลือกปฏิบัติ

ผกก.สภ.น้ำหนาว กล่าวเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ใช้ยุทธวิธีตำรวจ รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิตตามอุดมคติของตำรวจ พร้อมพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนเพื่อแสงหาความร่วมมือ ก่อนปล่อยแถวออกปฏิบัติหนาที่

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

อบต.ห้วยใหญ่จัด โครงการสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2568

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ วัดศรีสญชัย ต.หัวยใหญ่ อ.เมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์  นางสาวไพจิตร  ตรีสมานรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงโดยมีนายสำรวย กาจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 กล่าวรายงานถึงการจัดงานในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และปลูกฝัง ประเพณีลอยกระทงให้แก่เด็กเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ เพื่อส่งเสริมทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาให้คงอยู่ คู่กับชุมชนตำบลห้วยใหญ่และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยงานและที่ชุมชน

ซึ่งในการจัดงานในวันนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ได้สนับสนุนงบประมาณ ในการจัดตกแต่งสถานที่และประกวดแข่งขันประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ (ประเภทสวยงาม) จะเห็นได้ว่าวันนี้มีพี่น้องภายในตำบลหัวยใหญ่ และพี่น้องตำบลข้างเคียง มาร่วมงานอย่างมากมาย 

นายกไพรจิตร  ตรีสมานรักษ์  ได้กล่าวว่าประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณได้ถือปฏิบัติกันมารักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่ของไทยอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว  ให้กับตำบลห้วยใหญ่  องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ได้จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องทุกปีที่บริเวณหน้าวัดศรีสญชัย  เป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีลอยกระทงให้คงอยู่สืบไป  และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้  จากนั้นได้มีการมอบรางวัลให้กับ หมู่บ้านที่นำกระทงเข้ามาประกวด  รางวัลที่ 1 ได้แก่หมู่ที่ 11  รางวัลที่ 2 ได้แก่หมู่ที่ 10  รางวัลที่ 3 ได้แก่หมู่ที่ 12  

ข่าวแนะนำ

เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ นั่งหัวโต๊ะคัดชุมชนคุณธรรมพลังบวร โฆษา/ผาซ่อนแก้ว/ศรีฐาน 3 ชุมชนคุณธรรมพลังบวรเด่นชิงระดับประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวั...

ข่าวเด่น