วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568

“แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” เทศกาลดนตรีปลายปี รวมศิลปินตัวท็อป พร้อมลุ้นทองคำกลางคอนเสิร์ต!


เตรียมระเบิดความมันส์ส่งท้ายปีไปกับ “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” เทศกาลดนตรีที่สายบันเทิงห้ามพลาด! หลังสร้างปรากฏการณ์ความสนุกถล่มเวทีเมื่อปีก่อน ปีนี้กลับมาแบบจัดเต็ม ทั้ง ศิลปินระดับแนวหน้า และกิจกรรมสุดพิเศษที่การันตีว่าคุ้มเกินบัตร!

เวทีจะลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อศิลปินชั้นนำของไทยพาเหรดขึ้นเวทีไม่หยุด ทั้ง
PUN, VIOLETTE WAUTIER, NUM KALA, BEDROOM AUDIO,
BANK PREETI, KLEAR, URBOYTJ, จ๊ะ นงผณี และ LOMOSONIC
พร้อมขนเพลงฮิตมาปลุกอารมณ์ความมันส์ทุกจังหวะ ไม่ว่าจะสายอินดี้ สายร็อก หรือสายแดนซ์ ก็ฟินกันถ้วนหน้า!

นอกจากความสนุกบนเวที ปีนี้ “แกะดำ” ยังขนโชคใหญ่มาเสิร์ฟผู้ชมทุกคน!
🌟 ลุ้นทองคำมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท เพียงแค่มีบัตรเข้าร่วมงาน!
เลขด้านหลังบัตรคือตัวเลขนำโชค ผู้โชคดีจะได้ลุ้นรางวัลทองคำกันสด ๆ กลางงาน เรียกได้ว่าใครจะเฮง ใครจะเฮ จะได้รู้กันในคืนนั้น!

📅 บัตรเริ่มวางจำหน่าย 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น.
🎫 ราคาบัตร
• แบบเดี่ยว 1,390 บาท
• แพ็ก 5 ใบ 6,450 บาท (เฉลี่ยเพียง 1,290 บาท)
• แพ็ก 10 ใบ 12,900 บาท (เฉลี่ยเท่ากัน) รับฟรีหมวกแกะดำสุดเท่ห์ 1 ใบ

👧🏻 ผู้เข้าร่วมงานที่มีความสูงเกิน 110 ซม. ต้องซื้อบัตรเช่นกัน

📍 สั่งซื้อบัตรออนไลน์ได้ที่: https://ticket.eventpass.co/t/kaedumfest2
หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่าน Line: @kaedummusicfes และ Inbox Facebook: แกะดำ Music Festival

บรรยากาศคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้วเต็มไปด้วยพลังของคนรักเสียงเพลง ที่รวมตัวกันจากทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของงานได้อย่างชัดเจน ปีนี้ แฟน ๆ ต่างคาดหวังความพิเศษที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และความโชคดีที่อาจเป็นของใครก็ได้!

🎶 แล้วพบกันใน “แกะดำ MUSIC FESTIVAL 2” เทศกาลดนตรีที่ไม่ใช่แค่เสียงเพลง… แต่รวมถึงเสียงหัวเราะ ความสุข และลุ้นโชคทองไปพร้อมกัน!

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เดือด! ชาวเขาค้อบุกอำเภอ กว่า 700 ชีวิตลุกฮือ ทวงสิทธิในที่ดินทำกินหลังรัฐเมินนานนับสิบปี

 


เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านเขาค้อกว่า 700 คน จาก 4 ตำบล รวมตัวแน่นหน้าที่ว่าการอำเภอ จุดกระแสเดือด! หลังไร้วี่แววออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินที่ใช้มานานหลายสิบปี แฉรัฐกลับลำไม่เข้าหลักเกณฑ์ ปัดตกพื้นที่จากแผนจัดสรรที่ดิน ทำชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ขาดความมั่นคงในชีวิต ด้านหน่วยงานรัฐไร้เงา ไม่ออกมารับเรื่อง ต้องยื่นหนังสือเองถึงหน้าห้องเจ้าหน้าที่ วอน คทช. เร่งแก้ด่วน หวั่นลุกลามเป็นไฟใต้ดินในอนาคต

 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านจาก 4 ตำบลในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลริมสีม่วง ตำบลแคมป์สน ตำบลทุ่งสมอ และตำบลเขาค้อ รวมตัวกันกว่า 700 คน ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินตามโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน หลังจากที่ชาวบ้านอาศัยและทำกินในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี แต่ยังไม่มีสิทธิในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของประชาชนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความไม่ชัดเจนของภาครัฐในกระบวนการจัดการสิทธิที่ดินทำกิน หลังจากมีการยกเลิกโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดเล็ก และการจัดสรรที่ดินในเขตป่าสงวน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนที่อยู่อาศัยเดิมไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดินได้ และไม่มีสิทธิในการออกเอกสารสิทธิ แม้จะมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24มกราคม 2566 ที่มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้ที่ดินทำกินชั่วคราวในบางพื้นที่ของอำเภอเขาค้อ แต่ต่อมาได้มีการตัดพื้นที่ 4 ตำบลดังกล่าวออกจากแผน โดยอ้างว่า "ไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย"

ประชาชนผู้ร่วมกิจกรรมระบุว่า เหตุผลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ภายในกิจกรรม ยังมีการจัดเวที “ระดมความคิดเห็นปกป้องสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และเวทีเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินภาคประชาชน อำเภอเขาค้อ” โดยมีประชาชนจากพื้นที่อื่นร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น อาทิ พื้นที่ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ, พื้นที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า, ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ รวมถึงเครือข่ายจาก 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง โดยมีการเสนอแนวทางการออกเอกสารสิทธิที่ชัดเจนและเร่งด่วนแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์จริง

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการรวมตัวเรียกร้องของประชาชนในครั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่จากอำเภอ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมารับหนังสือหรือรับฟังปัญหาจากชาวบ้านแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงต้องนำหนังสือข้อเรียกร้องไปยื่นด้วยตนเองที่บริเวณหน้าห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอ

หนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าว ได้เสนอให้รัฐบาล และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เร่งดำเนินการพิจารณา และจัดสรรสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เขาค้อมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยุติปัญหาความไม่มั่นคงในการถือครองที่ดิน ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงของครอบครัวในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่การรวมตัวเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย มีการยืนป้ายแสดงข้อความเชิงเรียกร้องสิทธิ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างชาวบ้านอย่างคึกคัก โดยยังรอการตอบสนองจากหน่วยงานภาครัฐต่อไป.


วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เปิดตัวศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชน : ถั่วเขียว KUML จากงานวิจัยสู่แปลงผลิตด้วยความรู้และเทคโนโลยี

วันที่ 26 มิถุนายน 2568  นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานในพิธีเปิดตัวศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชน : ถั่วเขียว KUML จากงานวิจัยสู่แปลงผลิตด้วยความรู้และเทคโนโลยีและมอบป้ายศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชน ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีนายวรรณลภย์ ทองบุดดี เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี มีกิจกรรมการดำเนินงานขับเคลื่อนเพื่อเป็นการเผยแพร่งานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. ให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง สร้างกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวพันธุ์ KUML ขยายผลสู่พื้นที่ 

โดยมีนายพีรพล สุธงษา เกษตรอำเภอหนองไผ่ นายวิเชียร บุญสิงห์ ปลัดอำเภออาวุโส นายบุญยงค์ ประสาวะโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าแดง นายสมศักดิ์ จันทร์เรียน ประธานกลุ่มฯ และเกษตรกรสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ถั่วเขียวตำบลท่าแดง เข้าร่วมรับมอบป้ายศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชน : ถั่วเขียว KUML ร่วมด้วยรศ.ดร ประกิจ สมท่า  ดร.กนกวรรณ เที่ยวธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ว่าที่ร้อยเอกนัฐชัย แย้มพิกุลสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมพืชน้ำมันและพืชตระกูลถั่ว กรมส่งเสริมการเกษตร เจ้าหน้าที่สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ขยายผลการปลูกถั่วเขียว ณ กลุ่มแปลงใหญ่ถั่วเขียวตำบลท่าแดง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดงานครั้งนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลความรู้และเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ (seed) ถั่วเขียว KUML ส่งเสริมให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปลูกถั่วเขียวเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ (SEED) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวในระดับชุมชน มีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหล่มเก่า  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอวังโป่ง อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอหนองไผ่ รวมทั้งสิ้น 110 ราย

โดยภายในงานมีกิจกรรม เสวนากว่าจะเป็น “ศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับชุมชน : ถั่วเขียว KUML จากงานวิจัยสู่แปลงผลิตด้วยความรู้และเทคโนโลยี” แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 งานวิจัยสู่แปลงผลิตด้วยการทำงานบูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตร

กลุ่มที่ 2 The Trainer

กลุ่มที่ 3 ตลาดนำการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี และผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยี

ทั้งนี้ การเปิดตัวศูนย์เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นการรับรองผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงตามหลักวิชาการ และตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังสามารถเป็นต้นแบบในการเป็นจุดเรียนรู้สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวเพื่อไว้ใช้เองอีกด้วย


พังงาเปิดมหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ รวมของดีจากกลุ่มเกษตรกรทั่วจังหวัด

วันที่ 26 มิ.ย.68 นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเปิดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพจังหวัดพังงา” กิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรคุณภาพจังหวัดพังงา ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในภาคการเกษตรจังหวัดพังงา พิธีเปิดครั้งนี้ มีส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร ประชาชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าของจังหวัดพังงาให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคโดยทั่วไป สร้างโอกาสและความเข้มแข็งทางการตลาด สร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้กับเกษตรกร เครือข่ายเกษตรกร และจังหวัดพังงา โดยกำหนดจัดงาน “มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพจังหวัดพังงา” ในระหว่างวันที่ 26 - 28 มิถุนายน 2568 ภายในงานมีกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ จัดแสดงนิทรรศการสินค้าเกษตรคุณภาพจังหวัดพังงา การแข่งขันสุดยอดเจ้าตำรับแกงส้มเมืองพังงา การแข่งขันกระเช้าเล่าเรื่อง: พืชผลรสเลิศเมืองพังงา การแข่งขันสำรับพังงา : ศิลปะแห่งน้ำพริกกะปิและเครื่องเคียงพื้นถิ่น จำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ ของจังหวัดพังงา จากเกษตรกรแปลงใหญ่ ศพก. เกษตรกรรุ่นใหม่ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรฯลฯ การแสดงจากเยาวชนในจังหวัดพังงา 

นายไพรัตน์ กล่าวว่า จังหวัดพังงาได้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มเกษตรกรที่มีส่วนในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดพังงาได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อสร้างความเข้มแข็งในภาคการเกษตรจังหวัดพังงา โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาและหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินการ เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าของจังหวัดพังงาให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคโดยทั่วไป สร้างโอกาสและความเข้มแข็งทางการตลาดและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกร

นายอำนวย แออุดม เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มในการทำกิจกรรมด้านการเกษตรตามปัญหา ความต้องการ และความเชี่ยวชาญของสมาชิก โดยได้ขับเคลื่อนงานภาคการเกษตรผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชน เน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร จำนวน 8 ศูนย์หลัก และ 121 ศูนย์เครือข่าย เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคการเกษตรจังหวัดพังงา ได้แก่ การรวมกลุ่มในรูปแบบของแปลงใหญ่ จำนวน 74 แปลง เกษตรกร จำนวน 2,816 ราย พื้นที่ 22,469 ไร่ กระจายในทุกอำเภอ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) จำนวน 227ราย ที่ได้รับการพัฒนาเป็นเกษตรกรที่มีความพร้อมรับกับสถานการณ์ด้านการเกษตรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาสู่ผู้ประกอบการเกษตรได้ นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน จำนวน 380 แห่ง สมาชิก 7,094ราย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 69 กลุ่ม จำนวน 801 ราย และกลุ่มส่งเสริมอาชีพ 39 กลุ่ม จำนวน 468 ราย จากการรวมกลุ่มของเกษตรกรดังกล่าวทำให้จังหวัดพังงามีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่หลากหลายและมีคุณภาพทั้งในส่วนของ ข้าว พืชผัก สมุนไพร ไม้ผลและสินค้าแปรรูป เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนา แก้ไขปัญหาสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน 

ภาพ/ข่าว เทวี  พระเมือง ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา 

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568

พังงาแถลงด่วน รวบผู้ต้องสงสัย 2 ราย หลบหนีด่านพร้อมวัตถุต้องสงสัย

วันที่ 24 มิ.ย. 68 พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.พังงา นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ร่วมกันแถลงถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย พยายามขับรถหลบหนีการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งภายหลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ จึงทำการจับกุมตัวไว้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าพิสูจน์

สืบเนื่องจากช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 มิ.ย. 68 เวลาประมาณ 03.30 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา ตั้งจุดตรวจบริเวณแยกบายพาส (หน้าศาลากลางจังหวัดพังงา) พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำ ทะเบียน กฉ-9486 สุรินทร์ ต้องสงสัยหลีกเลี่ยงจุดตรวจ ขับเลี้ยวไปทางสถานีขนส่งพังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามและบังคับให้หยุดรถ พร้อมแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย เป็นชายอายุ 29 ปี และ 27 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี โดยภายในห้องโดยสาร พบนาฬิกาจับเวลาต้องสงสัย ลักษณะต่อกับสายไฟฟ้าไปยังแผงวงจร บรรจุอยู่ในถุงซิปพลาสติกใส ขนาดประมาณ 10 ซม.ยาว 20 ซม. ซุกซ่อนอยู่กับเสื้อผ้า - เครื่องนอนของผู้ต้องหาทั้งสอง จึงแยกถุงบรรจุวัตถุต้องสงสัยไว้ในวงล้อยางรถยนต์ เพื่อรอการตรวจพิสูจน์และเก็บกู้ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนให้ข้อมูลไม่ตรงกันเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และเส้นทางการเดินทาง ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการขยายผลสอบสวน โดยเบื้องต้นพบว่าได้เริ่มต้นการเดินทางจากบ้านสะกอม อ.เทพา จ.สงขลา มุ่งหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต ผ่านหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ได้ทำการตรวจสอบและทำลายวงจรที่ต่อเชื่อมกับวัตถุต้องสงสัย ก่อนจะส่งไปทำการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงในคดี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานหน่วยงานความมั่นคงเข้าร่วมวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกต่อไป

การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจภูธรเมืองพังงา หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD), เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดพังงา และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ซึ่งทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทางจังหวัดพังงาขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดพังงาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการแชร์ข่าวลือหรือข่าวปลอม หากมีความคืบหน้า จังหวัดพังงาและตำรวจภูธรจังหวัดพังงาจะมีการแถลงข่าวแจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเป็นทางการ

ภาพ/ข่าว -เทวี  พระเมือง  ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา 

“เดินหน้าต้านโกง! ป.ป.ช.เพชรบูรณ์สรุปผลงานเดือนมิถุนายน2568”


วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 . ที่ห้องรับรองชั้น 2 อาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวนุชรินทร์  อินประถม  ผู้อำนวยการสำนักงาน ป... ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์  ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป... ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ แถลงข่าวผลการดำเนินงานประจำเดือนมิถุนายน ปีงบประมาณ พ.. 2568  โดยมี สื่อมวลชนทุกแขนงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์  เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว

การแถลงข่าวในวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป... ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์  ได้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้ทราบ ในประเด็นด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน เรื่องที่คณะกรรมการ ป... มีมติชี้มูลความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มเก่า จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ  โดยเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งและขอให้ลงโทษทางอาญา มีเหตุอันควรสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ

ประเด็นด้านปราบปรามการทุจริต เรื่องกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป... มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และอัยการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแล้ว จำนวน 3 เรื่อง คือ ชี้มูลความผิดการทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มเก่า เรื่องที่สองชี้มูลความผิดกรณีไม่แจ้งผลการสอบราคาและไม่เรียกผู้ชนะการสอบราคามาทำสัญญาโครงการจ้างเหมาบุคคลภายนอกของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในอำเภอหนองไผ่ และเรื่องที่สาม ชี้มูลความผิดกรณีออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารสถานตรวจสภาพรถบนที่ดินของรัฐโดยมิชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มสัก รวมทั้งเรื่องกล่าวหาที่คณะกรรมการ ปปช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด จำนวน 2 เรื่อง คือ เรื่องกล่าวหาร้องเรียนผู้บริหารสถานศึกษาแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเพชรบูรณ์รับบริจาคโดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินและนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเรื่องที่สองเรื่องกล่าวหาร้องเรียนการก่อสร้างแก้มลิงโดยมิชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอชนแดน

นอกจากนี้ได้แถลงถึงเรื่องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษา จำนวน 2 เรื่องคือ คำพิพากษาเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินในโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อย อ.เขาค้อ จำเลยทั้ง 8 คน โดยมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน และเรื่องที่สอง เป็นคำพิพากษานายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากช่อง อ.หล่มสักและพวก ในการจัดซื้อที่ดินสร้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลโดยไม่ชอบด้วยระเบียบกฏหมายที่เกี่ยวข้องและราคาที่สูงเกินสมควรโดยมีบทลงโทษ จำเลย 41 คน ทั้งจำคุกและปรับเงิน  


ประเด็นป้องกันการทุจริต  สำนักงาน ป... ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแสภายใต้โครงการ STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อผลักดันการป้องกันเชิงรุกด้วยการเสริมสร้างให้บุคคลและชุมชนมีจิตพอเพียงต้านการทุจริต เพื่อลดพื้นทีี่ที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต ในประเด็นการเฝ้าระวังการรับสินบนเกี่ยวกับการอนุมัติ อนุญาตและการจัดซื้อ-จัดจ้างในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยลงพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังโครงการเกี่ยวกับเสาไฟโซล่าร์เซลของสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านโภชน์ และตรวจสอบ ติดตาม ประเมินสภาวการณ์การทุจริตโครงการ คสล.ให้น้ำไหลผ่านถนนของเทศบาลตำบลเฉลียงทอง ทั้งนี้กิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแสภายใต้โครงการ STRONG–จิตพอเพียงต้านทุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกซื่อสัตย์สุจริตในชุมชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังการทุจริต และเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อมูล เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างยั่งยืน.



วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เหล่ากาชาดเพชรบูรณ์ มอบ “บ้านกาชาดรวมน้ำใจชาวเพชรบูรณ์” ช่วยผู้ยากไร้บึงสามพัน

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่บ้านเลขที่ 63/2 หมู่ 5 ตำบลซับไม้แดง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ นางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานมอบบ้านในโครงการ “บ้านกาชาดรวมน้ำใจชาวเพชรบูรณ์” ประจำปีงบประมาณ 2568 ให้แก่ นางกำไร อินทร์สอน ผู้ยากไร้และด้อยโอกาส โครงการนี้ใช้งบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 100,000 บาท สำหรับจัดซื้อวัสดุก่อสร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อส่งมอบความอบอุ่นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับนางกำไรและหลานทั้ง 5 คน

ในพิธีมอบบ้าน มี ดร.เพชรประทุมมาพร ทองอุ่นเกตุมณีศา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด แม่บ้านมหาดไทย นายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอบึงสามพัน นางสมธิดา เบียร์ดี นายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงสามพัน หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมส่งมอบสิ่งของจำเป็นและเงินช่วยเหลือสนับสนุนอาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวนางกำไรให้ยั่งยืนต่อไป เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำใจจากชาวเพชรบูรณ์ทั่วทุกพื้นที่


ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ นำหน่วยงานราชการออกให้บริการประชาชนอำเภอบึงสามพัน ตามโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

วันที่ 23 มิถุนายน 2568  ที่วัดวิมลประชาสรรค์ ตำบลศรีมงคล อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 8/2568 พร้อมด้วย นางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอบึงสามพัน หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายในงาน มีส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกว่า 50 หน่วยงาน ออกให้บริการประชาชนอย่างครบวงจร สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบทุนการศึกษาจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ จำนวน 5 ทุน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม 10 ราย สำนักงานประมงจังหวัดมอบพันธุ์ปลา 20,000 ตัว แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกจากนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบทุนการศึกษา 20 ทุน และถุงยังชีพให้กับครัวเรือนยากจนจำนวน 200 ครัวเรือน

ผู้ว่าฯ ศรัณยู ยังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการต่าง ๆ พร้อมรับฟังปัญหาของประชาชนในเวทีประชุม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้เสนอปัญหามาหลายด้าน ได้แก่ ปัญหDMETHOD of หมอกควัน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณสร้างถนนคอนกรีต ปัญหาแหล่งน้ำที่ต้องการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ และขอสนับสนุนไฟฟ้าส่องสว่างถนน เพื่อความปลอดภัยในชุมชน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อนุมัติงบประมาณเหลือจ่าย จำนวน 5 แสนบาท สนับสนุนการจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวบึงสามพัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย

โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จัดขึ้นโดยจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นช่องทางให้นโยบายของรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ไปถึงประชาชนได้โดยตรง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทาง และทำให้ราชการรับทราบปัญหาพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างราชการและประชาชน


วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568

พังงาขับเคลื่อนพลังสตรี! ผู้ว่าฯ–ส.ส.เขต 1 ร่วมเติมพลัง "ชมรมเราเพื่อนกัน พัทธ์นันท์เพื่อนเรา"

วันที่ 22 มิถุนายน 2568 ณ อานานาแกรนด์ รีสอร์ท จังหวัดพังงาชมรม “เราเพื่อนกัน พัทธ์นันท์เพื่อนเรา” นำโดย คุณพัทธนันท์ สมใจ ประธานชมรม พร้อมด้วยคณะกรรมการ จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพสตรี เสริมสร้างความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคีในระดับชุมชน ภายใต้โครงการ “เสริมพลังเครือข่ายสตรีพังงา” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–30 มิถุนายน 2568 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายจากทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดพังงา โดยกิจกรรมในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เป็นรอบของกลุ่มสตรีจาก อำเภอทับปุด และ อำเภอท้ายเหมือง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 220 คน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบเวิร์กช็อปและกิจกรรมกลุ่ม

กิจกรรมได้รับเกียรติอย่างสูงจาก นายไพรัช เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และ นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต 1 ที่เดินทางมาร่วมงานด้วยตนเอง พร้อมแสดงความยินดีและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนร่วมถ่ายทอดข้อคิดและแนวทางการพัฒนาเครือข่ายสตรีอย่างยั่งยืนนอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญในพื้นที่ร่วมเป็นเกียรติ อาทิ นายอำเภอท้ายเหมือง, อาจารย์ไพศาล รอบคอบ, อาจารย์เรวัต แซ่ลิ่ม, และ นายสนอง คล่องสมุทร ผู้อำนวยการสถานศึกษา ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจ

กิจกรรมตลอดทั้งวันประกอบด้วย การบรรยายสร้างแรงบันดาลใจ เวิร์กช็อปกลุ่มสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการสื่อสารและความเข้าใจในความหลากหลาย การวางตัวและการปรับตัวในสังคมที่เปลี่ยนแปลง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเองและสนุกสนาน  สะท้อนถึงพลังของมิตรภาพ ความร่วมมือ และความพร้อมของสตรีจากทุกชุมชนในการขับเคลื่อนสังคมร่วมกัน

คุณพัทธนันท์ สมใจ ประธานชมรมฯ กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจว่า

“ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และท่าน ส.ส. เขต 1 ที่สละเวลามาร่วมกิจกรรมของพวกเรา นี่ไม่ใช่แค่การมาให้กำลังใจ แต่คือการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในบทบาทของผู้หญิงในสังคมผู้หญิงคือพลังสำคัญของครอบครัวและชุมชน โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมอบรม แต่คือการปลุกพลังในตัวของผู้หญิงทุกคน ให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในการพัฒนาสังคมอย่างมั่นใจและมีศักดิ์ศรีดิฉันขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน และชื่นชมผู้เข้าร่วมทุกคนที่เปิดใจเรียนรู้ ดิฉันเชื่อมั่นว่า เมื่อเราร่วมมือกัน ความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ ชมรมฯ มีแผนจะดำเนินกิจกรรมให้ครบทั้ง 8 อำเภอภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสตรีทุกพื้นที่ให้แข็งแรง เป็นพลังสำคัญของจังหวัดพังงาในการขับเคลื่อนสังคมที่มีความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคี


ภาพ/ข่าว เทวี พระเมือง ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2568

“พังงาเกษตรแฟร์ 2568 ครึกครื้น! อวด 14 ผลผลิตเด่น ดันชุมชนโต โกยรายได้ไม่หยุด”

จังหวัดพังงา เปิดงาน เกษตรแฟร์ ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในพิธีเปิด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผลผลิตทางการเกษตรยอดเยี่ยม รวม 14 ชนิด ได้แก่ ทุเรียนทองตำตัว ทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนสาลิกา ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง สับปะรดภูงา มังคุดทิพย์พังงา มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหวาน สะตอข้าว สะตอดาน จำปาดะ ปาล์มน้ำมัน กล้วยน้ำว้า และ ยางก้อนถ้วยหมาด งานเกษตรแฟร์ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง จังหวัดพังงา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร นำไปต่อยอดในการพัฒนาอาชีพ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มเกษตรกร รวมถึงส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าชุมชน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-30 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแข่งขันและประกวดผลผลิตทางการเกษตร นิทรรศการวิชาการ พันธุ์ไม้หลากชนิด การจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้า GI สินค้าพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนความบันเทิงจากศิลปินนักร้อง เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ภาพ/ข่าว  เทวี  พระเมือง  ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา  0901721165

“ผู้ว่าฯ พังงานำทีมเปิด ‘Phangnga Fair 2025’ โรดโชว์รอบ 2 คนแห่แน่น! อวดของเด็ด 80 บูธ ปั้นเศรษฐกิจชุมชนโตยั่งยืน”

วันที 21 มิถุนายน 2568 นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดงาน “Phangnga Fair 2025” โรดโชว์ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา อำเภอเมืองพังงา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–25 มิถุนายน 2568 เพื่อส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของจังหวัดพังงาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.เขต 2 นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นางสาวพัทธนันท์ สมใจ ประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพังงา  รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันและความหลากหลายของสินค้าและกิจกรรม ทั้งการจำหน่ายสินค้าเกษตรและแปรรูป อาหารทะเลสดและแปรรูป ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม เครื่องประดับ งานหัตถกรรม สินค้าชุมชน และของดีขึ้นชื่อของพังงากว่า 80 บูธ เช่น ทุเรียนสาลิกาพังงา มังคุดทิพย์ ข้าวไร่ดอกข่า จำปาดะกะปง และปลิงทะเลเกาะยาว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ “สินค้านาทีทอง” ลุ้นรับของรางวัล การจับคู่ธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางตลาด และการแสดงจากศิลปินชื่อดัง อาทิ นุ้ย สุวีณา, เอิ้นขวัญ วรัญญา, ฟิวส์ กิติกร, เบนซ์ จริยา และเจี๊ยบ เบญจพร ที่หมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงตลอดงาน

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงากล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานครั้งก่อนที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้กว่า 3.2 ล้านบาท และย้ำถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดพังงาในการสานต่อกิจกรรมโรดโชว์ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน “ขอเชิญชวนพี่น้องชาวพังงาและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยว ชิม ช้อป สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นของเรา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดพังงาให้มั่นคงและยั่งยืน” นายไพรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย งาน “Phangnga Fair 2025” เปิดให้เข้าร่วมฟรี โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–25 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา อำเภอเมืองพังงา

ภาพ/ข่าว -เทวี  พระเมือง  ผู้สื่อข่าว/พังงา  0901721165

ข่าวแนะนำ

เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ นั่งหัวโต๊ะคัดชุมชนคุณธรรมพลังบวร โฆษา/ผาซ่อนแก้ว/ศรีฐาน 3 ชุมชนคุณธรรมพลังบวรเด่นชิงระดับประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวั...

ข่าวเด่น