วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568

เพชรบูรณ์ พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชื่นชม เร่งเดินหน้าขยายผล


นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ผลสำรวจพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2567 พบว่าจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีป่าไม้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พื้นที่ป่าของประเทศยังคงตัวที่ร้อยละ 31.46 หรือ 101.78 ล้านไร่ โดยจังหวัดเพชรบูรณ์มีสัญญาณการฟื้นฟูป่าที่โดดเด่น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และชุมชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง พร้อมกำชับให้กรมป่าไม้เร่งเสริมการปลูกป่าใหม่ สนับสนุนการสร้างป่าชุมชน และสวนป่าเศรษฐกิจในพื้นที่เพชรบูรณ์ นโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่ามีเป้าหมายเพื่อสร้างแหล่งอาหาร เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจก เพื่อผลักดันประเทศสู่เป้าหมายคาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2050

จังหวัดเพชรบูรณ์บรรลุผลสำเร็จในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ โดยในปีพ.ศ.2567มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นถึง 8,366.62 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.33 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ข้อมูลจากศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งดำเนินการสำรวจร่วมกับกรมป่าไม้ ระบุว่า พื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเพชรบูรณ์ในปี 2566 อยู่ที่ 2,534,983.21 ไร่ และเพิ่มขึ้นเป็น 2,543,349.83 ไร่ในปี 2567 การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ โดยมีการดำเนินโครงการปลูกป่าและฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรม รวมถึงการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจและการจัดตั้งป่าชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้.​


นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ ยังช่วยให้สามารถวางแผนและดำเนินการฟื้นฟูป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดเพชรบูรณ์สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.​

การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ แต่ยังส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการเกษตรที่ยั่งยืน.​ด้วยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐและประชาชน จังหวัดเพชรบูรณ์จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ประสบความสำเร็จ และสามารถเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต.​

วิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ /เรียบเรียง



วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568

#แสงแห่งศรัทธา วิสาขบูชาศรีเทพ เวียนเทียนพันปี สายมูห้ามพลาด



เชิญร่วม “แสงแห่งศรัทธา วิสาขปุรณมีบูชา” ณ เมืองโบราณศรีเทพ 9 – 11 พฤษภาคม 2568 ณ เขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ชมแสง สี เสียง เลเซอร์โชว์ ตำนานเมืองพันปีสุดอลังการ เวียนเทียนรอบมหาสถูปพันปี เสริมบุญบารมี 999 ย่าง เดินชิม ช้อป ตลาดย้อนยุค แลกเบี้ย ของดีศรีเทพ ชมการแสดงออร์เคสตราจาก ม.นเรศวร สุดประทับใจ ดนตรีลูกทุ่ง L.K.P. ลูกพ่อขุนผาเมืองแบนด์จากโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคมวงดนตรีเยาวชนพลังบวก ที่เคยสร้างชื่อจากเวที ชิงช้าสวรรค์ พร้อมปลุกจิตวิญญาณเพลงลูกทุ่งให้สะท้านทั่วผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์



วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568

“เหล็กค้ำโพธิ์ โชว์งานศิลป์” หนึ่งเดียวในโลก จุดพลังชุมชน สานต่อวัฒนธรรมคู่สิ่งแวดล้อม

 


วันที่ 17 เมษายน 2568 วัดศิลานิมิตร บ้านกองหิน ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “เหล็กค้ำโพธิ์ โชว์งานศิลป์ – ประเพณีไม่หาย ต้นไม้ยังคงอยู่” ประจำปี 2568 สืบสานประเพณีเก่าแก่ด้วยแนวคิดร่วมสมัย ถือเป็นงานหนึ่งเดียวในโลกที่ผสานศรัทธา ศิลปะ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว งานจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยการนำของพระครูประยุต ขันติคุณ เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร และรองเจ้าคณะอำเภอฮอด ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าข้าม และชุมชนบ้านกองหิน พร้อมใจกันจัดขบวนแห่จากโรงเรียนบ้านกองหินสู่หน้าวัดศิลานิมิตรอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือของคนในพื้นที่

ไฮไลต์ของงานคือ “เหล็กค้ำโพธิ์” จำนวน 108 เล่ม ที่ถูกเพ้นท์สีตกแต่งอย่างวิจิตรโดยฝีมือของเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และกลุ่มศิลปินในชุมชน เปลี่ยนวัตถุธรรมดาให้กลายเป็นผลงานศิลป์ทรงคุณค่า พร้อมสื่อสารความเชื่อ ความศรัทธา และเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ  โครงการนี้เกิดจากแนวคิดของอาจารย์มานิตย์ โกวฤทธิ์ ศิลปินวาดภาพท้องถิ่น ผู้เสนอการเปลี่ยน “ไม้ค้ำโพธิ์” แบบดั้งเดิมเป็น “เหล็กค้ำโพธิ์” เพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างทางเลือกที่แข็งแรงทนทาน และสามารถนำกลับมาใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของวัดได้อีกในอนาคต เช่น งานก่อสร้างหรือซ่อมแซมถาวรวัตถุ

พระครูประยุต ขันติคุณ กล่าวถึงจุดแข็งของแนวคิดนี้ว่า “ไม่เพียงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี หากยังเป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่เข้าหาวัด สร้างพื้นที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ และร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”ประเพณีแห่เหล็กค้ำโพธิ์จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านอย่างมีรากเหง้า เป็นการต่อยอดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการดูแลต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยวัสดุที่ยั่งยืนกิจกรรมนี้ยังช่วยหลอมรวมความสามัคคีของชุมชนทุกช่วงวัย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ประเพณี “เหล็กค้ำโพธิ์ โชว์งานศิลป์” จึงเป็นเวทีสำคัญที่จุดพลังศิลป์ พลังศรัทธา และพลังชุมชน ให้ก้าวเดินไปพร้อมกันในโลกยุคใหม่ โดยไม่ทิ้งรากเหง้าของวันวาน.


วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568

“อบต.พุทธบาทจัดใหญ่ สงกรานต์รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ 29 หมู่บ้าน ส.ส.วรโชติร่วมมอบพรและของขวัญ”

วันที่ 15 เมษายน 2568 ดร.เด่นณรงค์ ธรรมมา นายกชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเพชรบูรณ์ กำนันตำบลพุทธบาท  ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ประชาชน และ พนักงานเจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลพุทธบาท อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดกิจกรรมวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ โดยมีพิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุจากทั้ง 29 หมู่บ้านในพื้นที่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน ในงานได้รับเกียรติจาก นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 4 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย อาจารย์อัญชนา เทพนาคิน และนางสาวธัญรัตน์ ธรรมมา ผู้ช่วย ส.ส. ร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น

ว่าที่ร้อยตรีปรเมศวร์ ราชพรหมมินทร์ ปลัด อบต.พุทธบาท กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของงานเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ ส่งเสริมความกตัญญูกตเวทีของเยาวชนต่อผู้สูงอายุ และสร้างเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจให้กับผู้สูงวัย ภายในงานมีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุเกิน 90 ปี พร้อมทั้งมอบของขวัญ อาทิ ผ้าขาวม้า ผ้าถุง ผ้าเช็ดตัว และยาสามัญประจำบ้านแก่ผู้สูงอายุกว่า 909 คน

กิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก สจ.เขตอำเภอชนแดน เขต 2 นางสาวแววตา บุญเกตุ ที่ปรึกษาพิเศษ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และนางสาวธนพร ใหญ่วงษ์ นิติกรชำนาญการ ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรและประสานงานอย่างเรียบร้อย

ภาพข่าว/อุดมศักดิ์  เหล็กคำ

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2568

ชาวบ้านเขาชะโงกพร้อมผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถวัดถ้ำมงคล เนื่องในวันครอบครัว

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ บริเวณวัดถ้ำมงคลเขาชะโงก หมู่ที่ 4 บ้านเขาชะโงก ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเป็นสิริมงคล โดยมีประชาชนในพื้นที่และผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เนื่องในโอกาสวันครอบครัวแห่งชาติในพิธีได้รับความเมตตาจากพระครูโสพิศพัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดเขาสาร เจ้าคณะตำบลบ้านกล้วย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจากนายสมบัติ สมใส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

พระอธิการสนอง บุญศรีภูมิ เจ้าอาวาสวัดถ้ำมงคลเขาชะโงก เปิดเผยว่า อุโบสถแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างมากว่า 5 ปี การยกช่อฟ้านับเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญสูงสุด เพราะช่อฟ้าถือเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนยอดสุดของอุโบสถ มีลักษณะคล้ายพญานาคหรือครุฑ เป็นงานช่างฝีมือที่แสดงออกถึงความวิจิตรงดงามในสถาปัตยกรรมไทย"การได้ร่วมในพิธียกช่อฟ้า ถือเป็นกุศลมหากุศลอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนได้ยกส่วนยอดแห่งศรัทธาในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในการสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์" พระอธิการสนองกล่าว

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความสงบสุขและเปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธา มีการจัดพิธีทางสงฆ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยอย่างพร้อมเพรียง ถือเป็นอีกหนึ่งงานบุญสำคัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวพุทธในท้องถิ่น

อ.ชนแดนจัดเทศกาลสงกรานต์คึกคัก สืบสานวัฒนธรรมไทยพร้อมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 ที่ลานหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีพิธีเปิดงาน “ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย โดยมีนายนาวิน สังฆมาตร นายอำเภอชนแดน และนายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 4 ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด

ในงานมีนางนภาพร สังฆมาตร นายกกิ่งกาชาดอำเภอชนแดน นายราเชนทร์ สร้อยอุทา ปลัดอาวุโสอำเภอชนแดน พร้อมด้วยสมาชิกสภาจังหวัดเพชรบูรณ์ เขตอำเภอชนแดน และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ภายในงานมีกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ การละเล่นพื้นบ้าน และการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยมีนายประมวล ดวงตา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชนแดน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมด้วยนายโสภ อินปลัด รองนายก อบต.ชนแดน เป็นผู้ประสานงานหลัก

ต่อมาในช่วงบ่ายที่ลานวัดใหม่ถ้ำแก้ว หมู่ที่ 7 บ้านถ้ำแก้ว ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนก่อสร้างศาลาการเปรียญ โดยมีพระครูรัตน์พัชรสาร (สามารถ จนฺทสาโร) เจ้าคณะตำบลชนแดน เขต 2 เจ้าอาวาสวัดใหม่ถ้ำแก้ว เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายนาวิน สังฆมาตร นายอำเภอชนแดน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในงานนี้ นายจักรกฤษณ์ สุขใส กำนันตำบลลาดแค ร่วมกับ อบต.ลาดแค ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนกว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ สรงน้ำพระ สามเณร และมอบสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าขาวม้า ผ้าถุง ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และเยาวชนในพื้นที่


กิจกรรมดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากนายวรโชติ สุคนธ์ขจร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 4 เป็นประธานเปิดงาน นายพิษณุ อินสุธา อดีตนายก อบต.ลาดแค สจ.เขตอำเภอชนแดน พ.ต.อ.ประสงค์ พุ่มห้วยรอบ ผกก.สภ.ดงขุย นายทวีวัฒน์ เลิศรุจิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดงขุย และนายทรงพล อยู่คง ปลัดอำเภอชนแดน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงบรรยากาศตลอดวันเป็นไปอย่างร่มเย็นและเปี่ยมด้วยความอบอุ่น สะท้อนถึงความรักและความสามัคคีของคนในชุมชนที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมอันดีงาม

ภาพ/ข่าว: อุดมศักดิ์ เหล็กคำ, สายน้ำ เณรทอง, กัญชิศา สุขเผือก

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2568

ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 4 ร่วม ส.จ. และภาคส่วนท้องถิ่น รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ สืบสานประเพณีสงกรานต์ อ.ชนแดน

วันที่ 11 เมษายน 2568 เ ที่ลานจอดรถสถานีขนส่งเทศบาลตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยมี นางนวลผจง สารีผล สมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) เขต 1 อ.ชนแดน นายสมคิด รินาศักดิ์ ส.จ. เขต อ.วังโป่ง พร้อมคณะและทีมงาน ร่วมมอบผ้าเช็ดตัว ยาสามัญประจำบ้าน และขันน้ำ ให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่

กิจกรรมจัดขึ้นโดยมี นางวารี อินทโชติ ประธานชุมชนเทศบาลตำบลชนแดน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีไทยให้คงอยู่ต่อไป โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลร่วมงาน อาทิ นางวิไลพร พาตา รองปลัดเทศบาลตำบลชนแดน นายสุรชาติ เมืองเป้ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข นางสาววาสนา เทียมศร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นางสาวเกตุมณี อินน้อย กำนันตำบลชนแดน รวมถึงนายสุรกิจ วงษ์สุวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลชนแดน และนางฐานิต สิงห์เวียง ผู้อำนวยการกองการศึกษา ร่วมงาน

ในงานยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและประชาชนจิตอาสา โดยนายวิกรานต์ ลิ้มเจริญพานิช นายก อบต.ท่าข้าม และนางสาวศิริรัตน์ เอี่ยมสะอาด รองนายก อบต.ท่าข้าม ได้นำน้ำผลไม้ปั่นจำนวน 400 แก้วมาแจกให้ผู้สูงอายุ พร้อมด้วยนางวารุณี ธีระภัทรานนท์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์และครอบครัว นำขนมปัง ซาลาเปา ขนมเปี๊ยะ ข้าวกล่อง และขนมหวาน มาร่วมแจกจ่าย นอกจากนี้ยังมีน้ำแข็งใสทรงเครื่องเสิร์ฟคลายร้อน สร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุในวันปีใหม่ไทยอย่างอบอุ่น.

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการช่วงสงกรานต์ 2568 สร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่

วันที่ 12 เมษายน 2568  ณ จุดบริการหน้าด่านหลักความมั่นคง ศูนย์ราชการอำเภอศรีเทพ หมู่ 13 ตำบลสระกรวด อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยนายสมพงษ์ หอมสนิท ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568

ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ พร้อมมอบน้ำดื่มและสิ่งของ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงาน ณ จุดตรวจหลักดังกล่าว โดยมีนายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ นายณวุฒิ ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พ.ต.อ.นิคม ศรเหล็ก ผกก.สภ.ศรีเทพ น.ส.พนิตนาถ ตะกรุดแก้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีเทพ น.ส.รุ่งพิทยา คณะช่าง สาธารณสุขอำเภอศรีเทพ และนางจินตนา พรมสร่างทอง ปลัดอำเภอศรีเทพ เข้าร่วมต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อสม. สมาชิก อส. อปพร. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครพระราชทาน เข้าร่วมในกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง หลังจากตรวจเยี่ยมจุดที่ 1 แล้ว คณะผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินทางต่อไปยังจุดบริการที่ 2 ในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป.

วัดบ้านบุ่งกกเรียงจัดกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย สืบสานประเพณีวันสงกรานต์ ประจำปี 2568

 

วันที่ 12 เมษายน 2568 วัดบ้านบุ่งกกเรียง ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นำโดยพระอาจารย์สุระสิทธ์ สิริธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านบุ่งกกเรียง ได้จัดกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยมีพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ลูกหลานที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ต่างเดินทางกลับบ้านมาเติมเต็มบรรยากาศของวัดด้วยความคิดถึง บางคนช่วยกันแบกทราย บางคนตกแต่งเจดีย์ด้วยธงสีสดใส ขณะที่เด็กๆ วิ่งเล่นไปมาอย่างร่าเริง เสียงหัวเราะและความอบอุ่นของชุมชนสะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และการเคารพในขนบธรรมเนียมไทยที่ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

นอกจากความสนุกสนาน กิจกรรมในวันนี้ยังมีความหมายลึกซึ้งสำหรับหลายคน เพราะเป็นโอกาสได้ทำบุญ สร้างกุศล และส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นใหม่ ที่ได้เห็นและมีส่วนร่วมในประเพณีอันดีงามของบ้านเกิด ร่วมแรงร่วมใจก่อเจดีย์ทรายเพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน การจัดกิจกรรมก่อเจดีย์ทรายในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ประเพณีไทยให้คงอยู่สืบไป

นที บุญรอด รายงาน

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568

เอกชนลำพูนใจดี! เปิดจุดเล่นน้ำสงกรานต์ “ฟรี” รอบถนนอินท์ยงยศ 4 จุด เต็มอิ่มความสนุก

ลำพูน – เตรียมสาดความสุขให้ชุ่มฉ่ำกันถ้วนหน้า! สงกรานต์ปีนี้ ถนนอินท์ยงยศใจกลางเมืองลำพูนจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อภาคเอกชนจับมือกับการประปาลำพูน ยื่นขอน้ำเปิด “จุดเล่นน้ำฟรี” เอาใจชาวลำพูนและนักท่องเที่ยว

โดยจะมีทั้งหมด 4 จุดหลักที่เปิดให้บริการแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่

  1. หน้าร้านอู่ชัยแก๊ส

  2. ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ลำพูน

  3. หน้าร้านทองอุดมศรี ข้างคุ้ม

  4. ปั๊มน้ำมันสามทหาร

เบื้องหลังความสนุกครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับผู้สนับสนุนใจดี อาทิ บริษัท ลำพูนซิตี้แล็บ, ไทยเบฟเวอเรจ, การประปาลำพูน, พี่แหม่มยอง, เอกร้านกาแฟ Teplle House, เจ๊วิ วิไลวรรณริมทอง, ฮาลำพูน และดีเจออย ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยให้ทุกคน

สงกรานต์นี้ ลำพูนไม่ลำพังแน่นอน! พร้อมสาด พร้อมสนุก ฟรีทุกจุด มันส์แบบไทย ๆ

#ลำพูนไม่ลำพัง #สงกรานต์ลำพูน2568 #ฟรีทุกจุด #ถนนอินท์ยงยศ #มันส์แบบไทยๆ


วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568

อำเภอศรีเทพ เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ 2568

วันที่ 9 เมษายน 2568 ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอศรีเทพ (ศปถ.อ.ศรีเทพ) เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ภายใต้หัวข้อรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดยมีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดผ่านระบบ Zoom Meeting เชื่อมโยงกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดเพชรบูรณ์

ในโอกาสนี้ นายอำนาจ พวงย้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม พร้อมด้วยพิธีปล่อยขบวนรถของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พิธีมอบหมวกนิรภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ โดย พ.ต.อ.นิคม ศรเหล็ก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีเทพ และนางลาวัลย์ ศรเหล็ก ประธานแม่บ้านตำรวจ สภ.ศรีเทพการมอบสิ่งของและน้ำดื่มเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนตำบลคลองกระจัง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ อาทิ นายกฤษฏ์หิรัญ สาราช ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานปกครอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีเทพ ตำรวจทางหลวง หมวดทางหลวง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร อบต.คลองกระจัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะแก้ว และวังขอน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองกระจังวังไทร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาพระราชทาน สมาชิกอาสารักษาดินแดน สมาคมกู้ชีพ/กู้ภัยในพื้นที่ และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568

นายอำเภอศรีเทพพร้อมกิ่งกาชาดอำเภอ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย

วันที่ 7 เมษายน 2568 นายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ/นายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีเทพ ได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อมอบถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวของนางนวลสอาง ตราหลวง ผู้ประสบเหตุอัคคีภัยซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568

ในการนี้ นายณัฐวุฒิ พวงทรัพย์ ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองกระจัง พร้อมคณะผู้บริหาร กำนันตำบลคลองกระจัง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล เจ้าหน้าที่ป้องกัน อบต. สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอ และสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ร่วมลงพื้นที่และมอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความห่วงใยของภาครัฐที่มีต่อประชาชนผู้ประสบภัย และเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

ศิริรัตน์ เพ็งสุวรรณ/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568

สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” หวังสงกรานต์ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ

กรุงเทพฯ – 2 เมษายน 2568: ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” เพื่อกระตุ้นสังคมตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สถิติ “7 วันอันตราย” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ที่ผ่านมา พบว่าเกิดอุบัติเหตุถึง 2,044 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,060 ราย และเสียชีวิตสูงถึง 287 ราย โดยสาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็ว (41.49%) รองลงมาคือ “ดื่มแล้วขับ” ซึ่งคิดเป็น 22.7% ของสาเหตุทั้งหมด“แม้จะมีมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น แต่จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตยังคงสูง โดยเฉพาะจากการดื่มแล้วขับ ซึ่งถือเป็นต้นเหตุสำคัญของการสูญเสีย สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าสื่อสารสร้างการตระหนักรู้ผ่านแคมเปญ ‘ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร’ เพื่อกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว และลดพฤติกรรมเสี่ยง” นพ.พงศ์เทพ กล่าว สสส. ยังได้ขับเคลื่อนโครงการ “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายตำบลสุขภาวะ 2,000 แห่ง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 189 แห่งใน 35 อำเภอทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริม “ถนนตระกูลข้าวปลอดเหล้า” จำนวน 60 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ และป้องกันอุบัติเหตุ

ด้านนายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า แผนบูรณาการช่วงสงกรานต์ปีนี้ เน้นจัดการความเสี่ยงหลักทั้ง “เร็ว เมา หมวก” พร้อมเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกผ่านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทุกระดับ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย (Zoning) เพื่อคุมเข้มการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพรถ ห้ามโดยสารท้ายกระบะอย่างไม่ปลอดภัย และส่งเสริมการทำประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ระบุว่า สงกรานต์ปีนี้ สคอ. จะร่วมกับ สสส. ผลิตและเผยแพร่สื่อรณรงค์อย่างต่อเนื่องตลอด 7 วัน พร้อมติดตามอุบัติเหตุสำคัญ วิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาสาเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกันต่อไป

ในระดับพื้นที่ นางสาวดุษฎี ปรีชากร รองปลัด อบต.ท่าคอย จ.เพชรบุรี ยกตัวอย่างมาตรการ “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” ที่นำร่องประสบความสำเร็จ ด้วยกลไกการบริหารจัดการชุมชนอย่างมีระบบ ทั้งการสวมหมวกนิรภัย 100% การจัดตั้งด่านบริการ และการเตรียมความพร้อมหน่วยแพทย์-กู้ภัย ซึ่งช่วยลดความสูญเสียลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ มีเพียงผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย


ขณะที่นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้ยกกรณีศึกษาเหตุการณ์อุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับในปี 2560 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย โดยหนึ่งในเหยื่อเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังไปช่วยผู้ประสบเหตุ เธอสะท้อนว่า ความสูญเสียไม่ได้จบในไม่กี่วัน แต่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวไปตลอดชีวิต “สงกรานต์นี้ อยากให้ทุกคนฉลองอย่างมีสติ อยู่บ้านกับครอบครัว หากดื่มก็ควรอยู่บ้าน ไม่ควรออกมาทำร้ายใครบนท้องถนน เพราะการดื่มแล้วขับอาจเปลี่ยนคุณเป็นฆาตกรได้ในพริบตา” เธอกล่าวปิดท้าย

ข่าวแนะนำ

เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ นั่งหัวโต๊ะคัดชุมชนคุณธรรมพลังบวร โฆษา/ผาซ่อนแก้ว/ศรีฐาน 3 ชุมชนคุณธรรมพลังบวรเด่นชิงระดับประเทศ

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวั...

ข่าวเด่น