ในช่วงวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2568 ภายใต้แสงแห่งศรัทธาในวันวิสาขบูชาโลก ดร.วริศรียา บุญสม เลขานุการคณะทำงาน Soft Power Activity ได้ร่วมภารกิจสำคัญในการนำ “ศรีเทพ” มรดกโลกของไทย ก้าวขึ้นสู่เวทีวัฒนธรรมระดับสากล ด้วยการผสานรากเหง้าทางประวัติศาสตร์เข้ากับพลังสร้างสรรค์ร่วมสมัย จุดประกาย Soft Power ให้เป็นพลังที่จับต้องได้ในระดับชาติ ในโอกาสที่นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วิสาขปุรณมีบูชา สักการะมหาสถูปเจดีย์เขาคลังนอก” และ ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ประจำปี 2568 ดร.วริศรียา บุญสม เลขานุการคณะทำงาน Soft Power Activit และคณะได้มอบองค์สุริยะเทพ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
ภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการร่วมประกอบพิธีกรรมเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของโบราณสถาน แต่ยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่น พระสงฆ์ หน่วยงานรัฐ และเครือข่ายศิลปินจิตอาสา เพื่อออกแบบกิจกรรมวัฒนธรรมที่เข้าถึงผู้คนทุกวัย โดยไม่ลดทอนคุณค่าทางจารีต
หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ “สืบสานภูมิปัญญาสกุลช่างศรีเทพ” ที่ริเริ่มโดย ดร.วริศรียา เพื่อฟื้นคืนงานช่างโบราณสกุลศรีเทพผ่านการจัดสร้าง “องค์สุริยะเทพ” จำลองตามศิลปะทวารวดี ให้เป็นสัญลักษณ์ของ “แสงแห่งปัญญาและการคุ้มครอง” พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่เข้าใจมรดกไทยในเชิงลึก
กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ ยังเชื่อมโยงไปสู่การสร้างสรรค์ Soft Power อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงแสง-เสียงร่วมสมัยในบริบทโบราณสถาน การออกแบบของที่ระลึกเชิงสร้างสรรค์ อาหารพื้นถิ่น ตลอดจนการพัฒนาการท่องเที่ยววิถีธรรม-วิถีวัฒนธรรมอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างรายได้เสริมแก่ชุมชนและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย
คำกล่าวจาก ดร.วริศรียา บุญสม“เมืองศรีเทพไม่ใช่แค่แหล่งโบราณคดีและเป็นมรดกโลก แต่คือบ้านของจิตวิญญาณไทยที่มีรากลึก..การจัดสร้างองค์สุริยะเทพ คือการปลุกชีวิตของช่างไทยโบราณกลับคืนมา ให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจและให้โลกได้เห็นว่า ไทยไม่ได้มีแค่อดีตที่ยิ่งใหญ่ — แต่เรายังมีอนาคตที่น่าเชื่อถือในเวทีวัฒนธรรมโลก”
ภารกิจของ ดร.วริศรียา บุญสม คือภาพแทนของการขับเคลื่อน Soft Power ไทยที่มีชีวิต มีแสง และมีจิตวิญญาณด้วยการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ากับพลังสร้างสรรค์ร่วมสมัย นำวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ และนี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทย บนเส้นทางศรัทธาแห่งโลก
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น