วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ณ ลานหน้าพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเพชรบูรณ์ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ภายใต้แนวคิด “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า: นิโคติน เสพติด จน ตาย” เพื่อสร้างกระแสรับรู้และความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน
นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ดร.กนก ยนต์ชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ภายในงานมีการจัดเสวนาวิชาการในประเด็น “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า: นิโคติน เสพติด จน ตาย” โดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมเสวนากับผู้แทนภาคีเครือข่าย พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การแสดงจากกลุ่มเยาวชน “Gen Z ภาคเหนือ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า” การจัดบูธนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานและเครือข่ายต่าง ๆ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด คลินิกฟ้าใส โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เทศบาลตำบลวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ เครือข่ายเยาวชน Gen Z จังหวัดเพชรบูรณ์ และเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก Gen Alpha จากโรงเรียนราชานุบาล จังหวัดน่าน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแจกสื่อประชาสัมพันธ์ เล่นเกมชิงรางวัล บริการตรวจสุขภาพ และให้คำปรึกษาการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงเวทีแสดงเจตจำนงของเยาวชน Gen Z และเสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง เพื่อเน้นย้ำถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดหัวข้อรณรงค์ปีนี้ว่า “Unmasking the Appeal: Exposing Industry Tactics on Tobacco and Nicotine Products” ซึ่งประเทศไทยได้แปลและใช้ในการสื่อสารว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า: นิโคติน เสพติด จน ตาย” โดยมุ่งหวังให้สังคมไทยร่วมเปิดโปงกลยุทธ์ทางการตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบที่มุ่งเป้าสู่เยาวชน และร่วมกันปกป้องสุขภาพของคนในภูมิภาค โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนจากการเสพติดนิโคติน
ปัจจุบัน ปัญหาการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในภาคเหนือยังคงเป็นเรื่องที่น่าห่วงใย จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด พ.ศ.2567 พบว่า ภาคเหนือมีอัตราการสูบบุหรี่สูงเป็นอันดับสามของประเทศ อยู่ที่ร้อยละ 15 โดยเฉพาะในจังหวัดตาก ที่มีอัตราการสูบบุหรี่สูงเป็นลำดับที่ สอง ของประเทศ คือ ร้อยละ 25.63, รองจากจังหวัดกระบี่ของภาคใต้ที่อัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุดในประเทศ ร้อยละ 27.09 ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน อัตราการสูบบุหรี่สูงเป็นลำดับสองของภาคเหนือ แต่เป็นลำดับที่ 28 ของประเทศ คือ ร้อยละ 18.50 ในขณะที่ จังหวัดเพชรบูรณ์มีอัตราการสูบบุหรี่ เป็นลำดับที่ 47 คือ ร้อยละ 15.89 แต่ถึงกระนั้น สถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเริ่มแพร่ระบาดอย่างหนัก เด็กและเยาวชนเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างเปิดเผย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น