กรุงเทพฯ – 2 เมษายน 2568: ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” เพื่อกระตุ้นสังคมตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สถิติ “7 วันอันตราย” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ที่ผ่านมา พบว่าเกิดอุบัติเหตุถึง 2,044 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,060 ราย และเสียชีวิตสูงถึง 287 ราย โดยสาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็ว (41.49%) รองลงมาคือ “ดื่มแล้วขับ” ซึ่งคิดเป็น 22.7% ของสาเหตุทั้งหมด“แม้จะมีมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น แต่จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตยังคงสูง โดยเฉพาะจากการดื่มแล้วขับ ซึ่งถือเป็นต้นเหตุสำคัญของการสูญเสีย สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้าสื่อสารสร้างการตระหนักรู้ผ่านแคมเปญ ‘ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร’ เพื่อกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว และลดพฤติกรรมเสี่ยง” นพ.พงศ์เทพ กล่าว สสส. ยังได้ขับเคลื่อนโครงการ “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายตำบลสุขภาวะ 2,000 แห่ง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 189 แห่งใน 35 อำเภอทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริม “ถนนตระกูลข้าวปลอดเหล้า” จำนวน 60 พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ และป้องกันอุบัติเหตุ
ด้านนายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า แผนบูรณาการช่วงสงกรานต์ปีนี้ เน้นจัดการความเสี่ยงหลักทั้ง “เร็ว เมา หมวก” พร้อมเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกผ่านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ทุกระดับ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย (Zoning) เพื่อคุมเข้มการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในพื้นที่เสี่ยง และรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพรถ ห้ามโดยสารท้ายกระบะอย่างไม่ปลอดภัย และส่งเสริมการทำประกันภัยทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจ
นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ระบุว่า สงกรานต์ปีนี้ สคอ. จะร่วมกับ สสส. ผลิตและเผยแพร่สื่อรณรงค์อย่างต่อเนื่องตลอด 7 วัน พร้อมติดตามอุบัติเหตุสำคัญ วิเคราะห์เจาะลึกเพื่อหาสาเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกันต่อไป
ในระดับพื้นที่ นางสาวดุษฎี ปรีชากร รองปลัด อบต.ท่าคอย จ.เพชรบุรี ยกตัวอย่างมาตรการ “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” ที่นำร่องประสบความสำเร็จ ด้วยกลไกการบริหารจัดการชุมชนอย่างมีระบบ ทั้งการสวมหมวกนิรภัย 100% การจัดตั้งด่านบริการ และการเตรียมความพร้อมหน่วยแพทย์-กู้ภัย ซึ่งช่วยลดความสูญเสียลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ มีเพียงผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย
ขณะที่นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้ยกกรณีศึกษาเหตุการณ์อุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับในปี 2560 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย โดยหนึ่งในเหยื่อเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังไปช่วยผู้ประสบเหตุ เธอสะท้อนว่า ความสูญเสียไม่ได้จบในไม่กี่วัน แต่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวไปตลอดชีวิต “สงกรานต์นี้ อยากให้ทุกคนฉลองอย่างมีสติ อยู่บ้านกับครอบครัว หากดื่มก็ควรอยู่บ้าน ไม่ควรออกมาทำร้ายใครบนท้องถนน เพราะการดื่มแล้วขับอาจเปลี่ยนคุณเป็นฆาตกรได้ในพริบตา” เธอกล่าวปิดท้าย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น