วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ นายปัญญา ปานแสง นายอำเภอน้ำหนาว เป็นประธานเปิดเวทีรณรงค์สร้างการรับรู้และเรียนรู้การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Day) ปี 2568 ครั้งที่ 9 อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนายสุรฉัตร ศรีลับซ้าย เกษตรอำเภอน้ำหนาวได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดเวทีรณรงค์
ในปัจจุบันประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพและปริมณฑลได้ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมและเกิดมลพิษทางอากาศเป็นประจำทุกปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง กล่าวคือ ทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำหนาว ได้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งรับผิดชอบดำเนินการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งดำเนินการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ที่มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และนำเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตร ปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรในระยะต่อไป
อำเภอน้ำหนาวมีพื้นที่เกษตรกรรม 123,214 ไร่ ครัวเรือนเกษตรกรจำนวน 3,512 ครัวเรือน มีพืชเศรษฐกิจของอำเภอคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, มันสำปะหลังโรงงาน, ข้าวไร่, ข้าวนา และยางพารา เกิดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลายประเภท เช่น ฟางข้าว แกลบ เศษซากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซังข้าวโพด ใบมันสำปะหลัง เป็นต้น วัสดุเหล่านี้มีปริมาณมากและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรและชุมชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่มีการวางแผนในการจัดการพื้นที่ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกษตรกรบางส่วนเผาเศษวัสดุในพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ฤดูถัดไปหรือทิ้งไม่นำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมีปริมาณมากและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เป็นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายในการบริหารจัดการพื้นที่และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
การจัดกิจกรรมในวันนี้ กลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรทั่วไป จำนวน 30 ราย มีหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนที่เข้ามาให้ความรู้และมีฐานเรียนรู้ จำนวน 4 ฐาน ดังนี้ ฐานที่ 1 การปรับปรุงบำรุงดิน โดย สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ฐานที่ 2 การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยหมอดิน ประจำตำบลวังกวาง ฐานที่ 3 สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ (เพาะเห็ดฟาง โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเลย (เกษตรที่สูง) ฐานที่ 4 การใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผาโดย บริษัท คูโบต้าเพชรบูรณ์และนิทรรศการภัยอันตรายของฝุ่นขนาดเล็กPM2.5 จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอน้ำหนาว รวมทั้งยังมีการบรรยายให้ความรู้จากหน่วยงานสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบูรณ์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอน้ำหนาว สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์
ในการนี้ได้รับการสนับสนุนและดำเนินงานรณรงค์สร้างการรับรู้และการจัดการเรียนรู้การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Day) ปี 2568 จากนายวรรลภย์ ทองบุดดี เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวลักขณา พรหมเศรณี หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคเอกชน ที่มีส่วนในการจัดงานในวันนี้






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น